Skip to main content

ถ้าลูกค้าจำคุณไม่ได้ คุณก็ไม่มีทางขายของได้ (Top of Mind)

 ## ถ้าลูกค้าจำคุณไม่ได้ คุณก็ไม่มีทางขายของได้ ##

.
เรื่องราวที่จะทำให้คุณเข้าใจและรู้วิธีการสร้างการจดจำในแบรนด์และสินค้าของคุณ
.
#อยากรู้ว่า…Top of Mind และ Re-Marketing คืออะไร คลิกอ่านจ้า…


คนจำนวนไม่น้อย ที่ทำ Ads โฆษณาผ่าน Facebook หรือ Google Ads เสียเงินไปร่วมหลายหมื่นต่อเดือน แต่ยอดขายกลับคืนมาเท่าไข่มดแดง
.
มันเกิดขึ้นจากอะไร Ads พวกเขาไม่ดีเหรอ? วางกลุ่มเป้าหมายผิดหรือเปล่า ลูกค้าไม่ตรงปก? หรือตลาดวาย เศรษฐกิจแย่ เงินเยียวยาหมด? สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้ผิด
.
แต่สิ่งที่เกี่ยวแบบเต็มๆ คือ การทำโฆษณาในออนไลน์ ในการสร้าง Top of Mind มันคือการสร้างความทรงจำให้เกิดขึ้นแบบ จำสิ จำสิ จำสิ เห็นอีกแล้ว เห็นอีก เห็นอีกแล้ว เปลี่ยนลูกค้าเป้าหมายจากคนที่ไม่ได้สนใจ ให้กลายเป็นคนสนใจ และเริ่มศึกษาหาข้อมูล จนกระทั่งซื้อในที่สุด
.
ต้องบอกเพื่อนๆ ก่อนว่า ถ้าคุณทำโฆษณาในออนไลน์ ยิงแอดปุบแล้วติดลูกค้าซื้อเลย นั่นคือ คุณเจอ Target ที่อยู่ในขั้นตอน Consider หรือการพิจารณา เป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีการรับรู้สินค้านั้นดีอยู่แล้วในระดับหนึ่งและกำลังหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อหาทางเลือกและตัดสินใจซื้อในที่สุด
.
เช่น ถ้าคุณกำลังจะซื้อโทรศัพท์มือถือ และกำลังเล็งๆ Apple หรือ Samsung รุ่นตัวท๊อปเรือธง ระดับ XL แค่คุณเห็นคอนเทนท์พร้อมโปรแรงๆ ก็กระชากให้คุณสนใจและอาจตัดสินใจซื้อได้ทันที เรียกว่าแอดลอยมาปะหน้าจอโทรศัพท์พอดี ราคาได้ คอนเทนท์ดี จบปิดดีล
.
แต่ก็มีลูกค้าอีกจำนวนมากที่อาจไม่ได้ต้องการสินค้านั้น แอดของคุณจึงไม่ได้ทำให้เกิดยอดซื้อ แต่มันทำให้เกิดการรับรู้ (Awareness)
.
คุณเคยเจอใครสักคนไหม ที่เจอกันครั้งแรกเฉยๆ ครั้งที่ 2 เฉยๆ ครั้งที่ 3 เริ่มมองว่าเขาน่ารัก ครั้งที่ 4 5 6 7 8 9 ความน่ารักมันเพิ่มขึ้น เริ่มอยากเจอทุกวันๆ เริ่มอยากรู้ข้อมูลเขา บ้านอยู่ไหน ชอบกินอะไร ชอบสีอะไร มีแฟนหรือยัง สุดท้ายก็จีบเขาและตกลงเป็นแฟนกัน
.
มันก็แบบเดียวกันกับการตลาดที่กำลังจะเล่านี่แหละ เจอครั้งแรกครั้งที่สอง ก็เหมือนการรับรู้ (Awareness) เจอหลายๆ ครั้งเข้าเริ่มได้เสพสม เอ้ย ได้เสพความน่ารัก เหมือนการเสพคอนเทนท์จากตัวตนเขา ก็อยู่ในขั้นการพิจารณา (Consider) พอชัดละ ว่านี่คือพ่อหรือแม่ของลูกค้า ก็จีบเลย นี่คือ ขั้นการซื้อสินค้า หรือ Purchase เมื่อตกลงดีลเรียบร้อย หลังเป็นแฟนกันพาไปนั่นไปนี่ กินกันไปกินกันมา นี่คือ ขั้นการกลับมาซื้อซ้ำ หรือ Retention พอตกลงปลงใจใช้ได้แล้ว แต่งงานกันก็ขั้น Loyalty ภักดีเรียบร้อย จดทะเบียนแล้วประมาณนั้น
.
หนึ่งในสิ่งสำคัญจากการทำโฆษณาไม่ใช่แค่การยิงโฆษณาแม่น คอนเทนท์โดน ภาพโดนหรือข้อมูลดี แต่มันต้องถี่พอที่จะสร้างความจดจำ
.
Carmen Simon ผู้แต่งหนังสือสุดชิก "เป็นไปไม่ได้ที่จะถูกปฏิเสธ" ได้นำเสนอไว้ว่า เราแชร์คอนเทนท์ที่จุด A แต่ลูกค้าจะซื้อที่ B C หรือ D
.
นี่คือ สิ่งที่ผมกำลังจะบอกคุณ ถ้าคอนเทนท์คุณไม่เทพจริง แบบทีเดียวตู้มโดนเต็มๆ จำได้เต็มๆ คุณก็ต้องเล่นกับความถี่เพื่อสร้างความจดจำ แบรนด์ใหญ่ยังต้องเล่นแบบนี้เลย
.
ผมเคยวัดผลโฆษณาให้กับแบรนด์สินค้าหนึ่งที๋โฆษณาเทียบกันแบบ A/B Testing โฆษณา A จะเล่นยาวเต็มๆ 1 นาทีด้วย Story สนุกสนานปนฮา เรียกว่าวัดเรตติ้ง ขึ้นเลยขณะโฆษณาออนแอร์ โดยยิงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง รวม 4 ครั้งต่อเดือน กับโฆษณา B ที่ตัดออกมาเป็นประมาณ 15-20 แต่ยิง 3-4 วันต่อสัปดาห์
.
ผลปรากฏว่า…โฆษณา B ยอด Reach ดีกว่า ยอด Sign Up ที่ไปจบลงด้วยยอดขายมากกว่า โฆษณา A แบบไม่เห็นฝุ่น เรียกได้ว่า "ซอยถี่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง"
.
ดังนั้นจุดที่ทำให้โฆษณาได้ผลคือ การทำให้จดจำได้หรือ Top of Mind ได้นั่นเอง อาการแบบ Top of Mind คือ ลองบอกชื่อแชมพูมา 3 แบรนด์ นับ 1 2 3…. นั่นล่ะคือ Top of Mind ในหัวคุณ
.
ผมเคยเทสเรื่องนี้กับคน 100 คน ในห้องทดลอง ให้บอกแบรนด์สินค้าประเภทหนึ่งจำนวน 3 แบรนด์ และเอาไปเทียบกับยอดขาย หรือ Market Share ในตลาด ผลปรากฏว่า อันดับ 1-3 ที่ทุกคนตอบ ติดอันดับ 1 ใน 3 ของยอดขายเช่นกัน เพียงแค่อันดับ 2-3 สลับกันนิดหน่อย เพราะอาจคลาดเคลื่อนจากจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้
.
Top of Mind จึงสัมพันธ์กับยอดขายของแบรนด์ไปในทันที ทีนี้สิ่งที่ผมเจอกับคนขายออนไลน์ ส่วนใหญ่ยิงแอดเสร็จ พอเห็นไม่มียอดขาย ก็บอกเลยว่ารอบนี้พลาด งั้นเปลี่ยนใหม่ ปรับแคมเปญใหม่หมด ลามไปถึงการปรับโปรโมชั่นและลดราคา ฆ่าตัวตายซะงั้น
.
จริงๆ แล้วมันวัดผลผิดไปหน่อย กับการยิงแอดเดียวแล้วบอกว่าไม่มียอดขายแอดห่วย ถ้าแอดห่วยจริงเขาไม่ยิงกันหรอก เขาเห็นตั้งแต่ตอนวางแผนแล้ว เพียงแต่คุณต้องสร้างการจดจำและให้เวลาลูกค้าเป้าหมายของคุณเชื่อมากพอที่จะเกิดพฤติกรรมการซื้อ
.
ลองคิดเล่นๆ ถ้ามีคนนึงที่คุณไม่รู้จักกำลังเดินสวนกับคุณ โดยที่คุณกำลังรีบจะไปหาเพื่อน อยู่ดีๆ เขาก็มาหยุดอยู่หน้าคุณ แล้วบอกว่า นี่ๆ ผมมีครีมกันแดดใช้ดี หลอดละ 149 ซื้อไหม ซื้อหน่อย โปรแรง โปรดี คุณจะซื้อไหม? คุณคงตอบว่า ไอ้บ้า ฉันรีบ! หลบไป! มันก็เหมือนตอนคุณเห็นโฆษณาบนฟีด นั่นละ กำลังจะไปเผือกเรื่องผู้ชายคนใหม่ของเพื่อนอยู่ ไม่ว่างดูครีมกันแดด ช่วงนี้ COVID ไม่ค่อยได้เที่ยวด้วย
.
การสร้าง Top of Mind คุณเลยต้องยิงแอดและสะสมลูกค้า โดยการทำ Re-Marketing เช่น Custom Audience ใน Facebook เพื่อดึงลูกค้าที่คุณพึ่งยิงแอดไป สร้างเป็นฐานลูกค้าและยิงซ้ำ ซ้ำ ซ้ำ ดังคำกล่าว "มุกเสี่ยว แต่ถ้ายิงบ่อย ก็เสียวได้" (ใครกล่าวว่ะ)
.
หรือ ถ้าเป็น Website เข้าก็จะติด Tag ลูกค้าผ่าน Cookies แล้วส่งข้อมูลกลับไปยังแอดต่างๆ ในออนไลน์เพื่อทำการ Re-Marketing
.
ทีนี้พิเศษขึ้น เมื่อคุณยิงแอดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ควรพัฒนาคอนเทนท์ให้เป็นขั้นๆ เช่น ช่วงแรกให้เห็น สินค้าเปิดตัวใหม่มาแรง ช่วงต่อมาให้เห็นคอนเทนท์ ยอดซื้อและความนิยมถล่มทลาย แอดต่อมาให้เห็นลูกค้ารีวิวว่าดีจริง แอดต่อมาใส่ไม่ยั้งโปรนี้กำลังจะหมดไป มันเหมือนเป็นเรื่องราวให้ลูกค้าได้เดินทางผ่านคอนเทนท์ของคุณ ซึ่งตรงนี้คณต้องวางแผน เพียงเท่านี้คุณก็จะสร้างการจดจำได้ แถมผลักให้ลูกค้าเดินทางจากจุดแรกที่เห็นคอนเทนท์ไปถึงจุดที่ตัดสินใจซื้อ
.
#อ่านแล้วเฮ้ยดี พิมพ์ "ดีอ่ะ"
.
ดร.ทอย

Comments

Popular posts from this blog

Brand Admiration การสร้างแบรนด์ที่ใครๆ ก็รัก

## รู้หรือไม่..แบรนด์ที่ใครๆ รัก เกิดจากอะไร? ## . #อยากเป็นที่รักไม่ต้องพูดเยอะทำ3ข้อนี้ก่อน #ทำไมลูกค้ารักคู่แข่งมากกว่าคุณ #อยากให้แบรนด์นั่งในใจลูกค้าต้องอ่าน  #อยากเป็นคนที่ใครชื่นชมต้องเข้าใจ . ถ้าคุณขายสินค้า คุณคงอยากให้ใครๆ รักแบรนด์ของคุณ เพื่อที่คุณจะได้ขายสินค้าได้ดีขึ้น ถ้าคุณขายตัวตน ด้วยการเป็นโค้ช หรือการสอนสิ่งที่คุณรู้ คุณยิ่งต้องการให้ใครๆ รักคุณ . ถ้าคุณเป็นแบรนด์ที่ใครๆ รัก จะง่ายมากที่จะขายสินค้าและบริการ เพราะมีฐานลูกค้าที่รักคุณ คอยสนับสนุน คุณเคยซื้อสินค้าและบริการจากแบรนด์ใดสักแบรนด์ เพราะ คุณรักและชื่นชมในสิ่งที่เขาทำเพื่อคุณหรือไม่?  . เชื่อได้เลยว่า คนเรา ต้องมีสักแบรนด์หรือสองแบรนด์ที่คุณรักและชื่นชมเสมอ  การจะสร้างธุรกิจ สินค้า บริการ หรือตัวตน ที่คนอื่นรักและชื่นชม อาจมีหลายมิติหรือปัจจัย แต่หลักๆ ที่จับต้องกันได้ มีอยู่ 3Es ด้วยกัน  . #E1 Enable อย่างแรกสุด สินค้าและบริการ หรือตัวคุณ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้หรือไม่ คุณประโยชน์หรืออรรถประโยชน์ที่มอบให้ลูกค้า ตรงกับ Customer Job-to-be-done (JTBD) หรือไม่ . เช่น กาแฟสด...

เทคนิคการตั้งราคาขายสินค้าให้แพง

## เทคนิคการตั้งราคาขายสินค้าให้แพง ##  . #จะขายแพงต้องทำอะไรบ้าง? #จิตวิทยาการตั้งราคา #ถ้าของไม่แตกต่างอย่างโดดเด่นทำได้หรือไม่? . สินค้าที่ราคาแพงมักมีคุณภาพสูง หรือแบรนด์ที่ดีสินค้ามักราคาแพง ดังนั้นถ้าอยากขายสินค้าให้ได้ราคาแพงๆ ก็ทำคุณภาพให้ดีสิ ทำแบรนด์ให้ดังสิ นั่นก็ใช่ แต่อาจไม่ใช่ทั้งหมด . สิ่งเหล่านั้น คือความเข้าใจของใครหลายคน แต่ก็นั่นแหละมีสินค้าจำนวนมากที่ราคาสูงแต่คุณภาพไม่แตกต่างจากของทั่วๆ ไป หรือแบรนด์ก็อาจเทียบชั้นได้แบบพอๆ กัน ไม่ได้โดดเด่นขนาดที่เรียกว่าทิ้งห่างกันเท่าไรนัก แล้วสินค้าที่ขายแพงๆ เขาทำอย่างไรกันนะ? นี่คงเป็นคำถามที่คาใจใครหลายคน . ราคาจะแพง หรือถูก เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับการรับรู้ (Perception) ของลูกค้า ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับการคำนวณต้นทุนราคาขายของแบรนด์หรือผู้ผลิต . หมดยุคที่แบรนด์หรือผู้ผลิตจะตั้งราคาโดยเอาต้นทุนมาบวกกำไรที่ต้องการเข้าไป เช่น ต้นทุนสินค้าและค่าการตลาดตลอดจนการจัดส่งอยู่ที่ 100 บาท อยากได้กำไร 200% คือ 200 เท่ากับราคาขาย 300 บาท อ้าวแล้วทำอย่างไรล่ะ? (เลื่อนนิ้วไปอ่านบรรทัดต่อไปได้เลย) . จำไว้ได้เลยว่า "ราคาจะแพงหรือถูกข...

เมื่อสูญสิ้นคุณค่า (Value) แม้ลูกค้าขาประจำก็จำใจจาก

  ## เมื่อสูญสิ้นคุณค่า แม้ลูกค้าขาประจำก็จำใจจาก ## . ธุรกิจร้านข้าวแกงในวันที่ไม่สามารถควบคุมต้นทุนได้ . วันนี้ผมมีเคสร้านข้าวแกงใต้สุดอร่อยแถวบ้าน ที่ผมและครอบครัวเป็นขาประจำมากว่า 3 ปี กับข้าวที่รสชาติจัดจ้าน อร่อยและมันอิ่มพอดีในราคา 40-50 บาท . ผมเดินผ่านร้านนี้อีกครั้ง สายตาที่มองเข้าไปในร้าน ผมเห็นภาพร้านที่เนืองแน่นไปด้วยโต๊ะและเก้าอี้ แต่ไร้ซึ่งผู้คน นี่คือภาพที่ผมเห็นมาวันแล้ววันเล่า ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ผม ซึ่งเป็นลูกค้าขาประจำได้บอกลาร้านนี้ไป . ร้านข้าวแกงใต้นี้ผิดอะไร แน่นอนเขาไม่ได้ผิดอะไรเลยครับ แต่บางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปแม้เพียงจุดเล็กๆ นี่ละคือ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวในวันนี้ . วันนึงผมกลับพบว่า สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไป นั่นคือ ปริมาณของอาหาร ข้าวตักมาในปริมาณเท่าเดิม ขณะที่กับข้าวลดลง ถ้าให้สาธยายให้เห็นภาพ ก่อนหน้านี้ร้านจะตักกับข้าวประมาณ 1 ทัพพีต่อ 1 อย่าง แต่ไม่ได้เป็นปริมาณพูนๆ นะครับ แต่ก็ถือว่ากำลังดี สำหรับกับ 2 อย่างบนข้าวร้อนๆ และมีน้ำพริกกะปิและผักให้กินแกล้มกับน้ำพริก . จากวันนั้นมา กับข้าวจะถูกตักด้วยปลายทัพพี เน้นนะครับว...